แร่เอิร์ธกับถั่วเหลือง: สองอาวุธเศรษฐกิจที่จีนใช้โจมตีสหรัฐ

 

แร่เอิร์ธกับถั่วเหลือง: สองอาวุธเศรษฐกิจที่จีนใช้โจมตีสหรัฐ

เมื่อพูดถึงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา หลายคนอาจนึกถึงแร่เอิร์ธเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าถั่วเหลืองก็เป็นอาวุธที่ร้ายแรงไม่แพ้กัน ในความเป็นจริง ปักกิ่งได้พัฒนากลยุทธ์การใช้ทรัพยากรเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาอย่างเป็นระบบ โดยใช้จุดแข็งที่แตกต่างกันไปโจมตีจุดอ่อนของวอชิงตันอย่างแม่นยำ

แร่เอิร์ธ: อาวุธเก่าที่ทรงพลัง

แร่เอิร์ธกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ "อาวุธทางการค้า" ตั้งแต่ปี 2010 เมื่อจีนสั่งห้ามส่งออกแร่เหล่านี้ไปญี่ปุ่นระหว่างข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะเซนกากุ ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้โตเกียวตกใจและรีบหาทางลดการพึ่งพาจีน

ปัจจุบันจีนครอบงำอุตสาหกรรมแร่เอิร์ธเกือบทั้งหมด โดยผลิตได้ 70% ของแร่เอิร์ธทั่วโลก และที่สำคัญกว่านั้น คือมีการผูกขาดเกือบ 100% ในกระบวนการแยกและแปรรูปแร่เหล่านี้ แร่เอิร์ธเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเครื่องบิน รบ ขีปนาวุธ คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้การที่จีนควบคุมอุปทานแร่เหล่านี้ได้ กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสหรัฐ

ในช่วงสงครามการค้าปัจจุบัน จีนได้เพิ่มการควบคุมการส่งออกแร่เอิร์ธ 7 ชนิด ได้แก่ ซาแมเรียม แกโดลิเนียม เทอร์เบียม ดิสโปรเซียม ลูทีเซียม สแกนเดียม และอิตเทรียม โดยบังคับให้ผู้ส่งออกต้องขออนุญาตจากรัฐบาลจีนก่อน ซึ่งทำให้ปักกิ่งสามารถควบคุมการไฟล์ของแร่เหล่านี้ได้ตามต้องการ

ถั่วเหลือง: อาวุธใหม่ที่แม่นยำกว่า

หากแร่เอิร์ธเป็นการโจมตีทางเทคโนโลยี ถั่วเหลืองก็เป็นการโจมตีทางการเมืองที่แม่นยำยิ่งกว่า จีนเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก และสหรัฐเป็นผู้ส่งออกอันดับสองให้จีน ปีที่แล้วการส่งออกถั่วเหลืองจากสหรัฐไปจีนมีมูลค่ากว่า 12 พันล้านดอลลาร์ และคิดเป็น 1 ใน 5 ของการนำเข้าถั่วเหลืองทั้งหมดของจีน

แต่สิ่งที่ทำให้ถั่วเหลืองกลายเป็นอาวุธที่ร้ายแรงไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจ หากแต่เป็นมิติทางการเมือง เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองเป็นฐานคะแนนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมากกว่า 3 ใน 4 ของเขตเกษตรกรรมสนับสนุนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 จีนยังไม่ได้ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเลยแม้แต่เมล็ดเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 การกระทำนี้ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี และเกษตรกรอเมริกันต้องเผชิญกับ "ภาวะวิกฤตการค้าและการเงิน" ที่รุนแรง

ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ในแง่เศรษฐกิจเท่านั้น หลายคนในชุมชนเกษตรกรรมเริ่มรู้สึกว่าถูกทรัมป์ทอดทิ้ง ทั้งที่พวกเขาเป็นกลุ่มที่สนับสนุนเขามาตั้งแต่แรก สถิติแสดงให้เห็นว่าการเรียกร้องความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตในชุมชนเกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหลายคนเริ่มพิจารณาเปลี่ยนแปลงการสนับสนุนทางการเมืองในการเลือกตั้งกลางเทอมปีหน้า

ความเหมือนในกลยุทธ์

แม้จะเป็นทรัพยากรที่แตกต่างกัน แต่วิธีการที่จีนใช้แร่เอิร์ธและถั่วเหลืองมีความเหมือนกันมาก ทั้งสองกลยุทธ์เป็นการฟื้นคืนวิธีการที่จีนเคยใช้ในอดีตและได้ผลแล้ว สำหรับแร่เอิร์ธ จีนเคยใช้กับญี่ปุ่นในปี 2010 ส่วนถั่วเหลืองนั้น จีนเคยใช้ในสงครามการค้าครั้งแรกกับทรัมป์ระหว่างปี 2018-2020

สิ่งที่ทำให้ทั้งสองกลยุทธ์มีประสิทธิภาพคือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า สำหรับแร่เอิร์ธ จีนมีสำรองแร่บางชนิดเพียงพอต่อความต้องการของโลกนานหลายเดือน ส่วนถั่วเหลือง จีนได้สะสมสต็อกจากบราซิลไว้เป็นเดือนๆ และยังมีสำรองของรัฐที่เพียงพอต่อการใช้งานอีกยาวนาน

อีกทั้งทั้งสองกลยุทธ์ยังใช้วิธีการที่ "สุภาพ" โดยไม่ประกาศห้ามการค้าอย่างเป็นทางการ แต่ใช้วิธีการอื่นแทน เช่น การชะลอการอนุมัติใบอนุญาตส่งออก หรือการหยุดซื้อโดยไม่บอกเหตุผล ทำให้จีนสามารถปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าใช้การค้าเป็นอาวุธได้

บทเรียนและอนาคต

กลยุทธ์การใช้ทรัพยากรเป็นอาวุธของจีนสะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนระยะยาวที่ชาญฉลาด ปักกิ่งไม่ได้มองแค่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่คิดถึงอำนาจต่อรองทางการเมืองในระยะยาว การที่จีนสามารถใช้ทั้งแร่เอิร์ธและถั่วเหลืองเป็นเครื่องมือกดดันได้แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาประเทศเดียวในเรื่องทรัพยากรสำคัญมีความเสี่ยงสูง

สำหรับสหรัฐอเมริกา การตอบโต้จะต้องมีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้น รัฐบาลอาจต้องออกแพ็กเกจช่วยเหลือเกษตรกร และหาวิธีลดการพึ่งพาจีนในเรื่องแร่เอิร์ธ แต่ในระยะยาว การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่หลากหลายและไม่พึ่งพาประเทศเดียวจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สงครามการค้าในยุคใหม่ไม่ได้เป็นแค่การชิงชัยเรื่องภาษีนำเข้าอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันเรื่องการควบคุมทรัพยากรที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ และจากสิ่งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจีนจะก้าวนำสหรัฐไปหลายก้าวในเกมนี้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

🚨 ช็อกโลก! รายงานใหม่เผยเชื้อเพลิงฟอสซิลยังครองโลกยาวๆ

⛈️ Perfect Storm: ความเสี่ยงของตลาดหุ้นเวียดนาม และบทเรียนจากประเทศที่เคยผ่านวิกฤตมาแล้ว

💸 ทำไมโครงการเหล่านี้ทำให้เราจนลง และวงจรอุบาทจะทำลายเราอย่างไร